สังขละบุรีสุดแคว้นแดนตะวันตก

สังขละบุรี มีอากาศที่เย็นสบายในทุกฤดู ในฤดูหนาว จะมีอุณหภมิหนาวเย็น มีหมอกยามเช้าจนถึงสาย ส่วนฤดูฝนจะมีฝนตกชุกยาวนานกว่าที่อื่น ตลอดระยะทางเข้าสู่อำเภสังขละบุรีนั้น ทัศนียภาพสองข้างทางคล้ายคลึงกับเส้นทางภาคเหนือของไทย ซึ่งจะตัดผ่านภูเขาไปตามความสูงชันของขุนเขาและลัดเลาะทะเลสาบเหนือเขื่อนวชิราลงกรณ์ สามารถมองเห็นทัศนียภาพ ทะเลสาบที่งดงาม ไปจนถึงตัวอำเภอสังขละบุรี


แหล่งท่องเที่ยว อำเภอสังขละบุรี

เบอมิซอินน์ รีสอร์ท สังขละบุรี เที่ยวสังขละบุรี เดินทางสะดวกสบาย ตั้งอยู่ใจกลางแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ห่างจากสะพานมอญเพียง200เมตร

สะพานมอญ(สะพานอุตตมานุสรณ์)

สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือที่นิยมเรียกกันว่า สะพานมอญ หรือ สะพานไม้มอญ เป็น สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก สะพานนี้สร้างขึ้นโดยดำริของ หลวงพ่ออุตตมะ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม ในปี พ.ศ. 2529 จนถึง พ.ศ. 2530 โดยใช้แรงงานของชาวมอญ เป็นสะพานไม้ที่ใช้สัญจรไปมาของชาวมอญและชาวไทยที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ ปัจจุบันเป็นสถา่นที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี


เมืองบาดาล (วัดเก่าจมน้ำ)

เกิดจากการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์ เมื่อปี พ.ศ.2527 เป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอสังขละบุรี และวัดวังก์วิเวการามเก่า ซึ่งปัจจุบันยังคงเหลือซากวัดเก่าบางส่วน สามารถเข้าชมได้โดยการเหมาเรือ ราคาเหมาเรือลำละ 300-500 บาท สำหรับ 6-8 ท่าน


วัดวังก์วิเวการาม

เป็นวัดจำพรรษาของ “หลวงพ่ออุตตมะ” ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวไทย มอญ กระเหรี่ยง และพม่า ที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น แต่ปัจจุบันเป็นที่บรรจุร่างที่ไม่เน่าเปื่อยของหลวงพ่ออุตตมะ ภายหลังจากมรณะภาพ ภายในวิหารที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนอันงดงามชาวบ้านเรียกกันว่าหลวงพ่อขาว และมีงาช้างแมมมอธขนาดใหญ่ที่หลวงพ่ออุตตมะได้รับการถวาย และนำมาใว้ให้ชมกัน


เจดีย์พุทธคยา

ตั้งอยู่อีกด้านหนึ่งของวัดวังก์วิเวการาม เป็นเจดีย์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ มีลักษณะฐานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส เป็นการจำลองแบบมาจากมหาเจดีย์พุทธคยา ที่ประเทศอินเดีย แต่มีขนาดเล็กกว่าฐานสี่เหลี่ยวจัตุรัสยาวด้านละ 42 เมตร สูง 59 เมตร ส่วนยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนที่เป็นกระดูกนิ้วหัวแม่มือขวา ขนาดเท่าเม็ดข้าวสาร ด้านหน้ามีบันไดทางขึ้นสู่ฐานของเจดีย์พุทธคยา ระหว่างเส้นทางมีรอยพระพุทธบาทจำลอง และรูปหล่อหลวงพ่ออุตตมะ ให้เคารพสักการะ


ด่านเจดีย์สามองค์

หรือพระเจดีย์สามองค์นี้เดิมเรียกว่า “หินสามกอง” เป็นที่สักการะของคนไทยโดยทั่วไปก่อนเดินทางออกจากเขตไทยเข้าสู่เขตแดนพม่า ต่อมาในปี พ.ศ.2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรี ได้เป็นผู้นำชาวบ้านก่อสร้างเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ ดังที่เห็นในปัจจุบัน ด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญของไทยและพม่า บริเวณด่านเจดีย์สามองค์มีร้านจำหน่ายสินค้าจากสหภาพเมียนม่าร์มากมาย